วิธีการเลือกแหวนเพชร

By | January 19, 2021

                  วันสำคัญของการเริ่มต้นชีวิตคู่คือวันแต่งงาน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ แหวนแต่งงาน หากใครไม่เคยมีประสบการณ์การเลือกซื้อแหวนเพชรมาก่อน อาจจะไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นเลือกซื้อแหวนเพชรอย่างไร  วันนี้เราจะพาไปเลือกแหวนแบบมืออาชีพ ไปดูกันเลย

1. กำหนดราคาแหวนเพชรในใจ

การกำหนดงบประมาณควรทำเป็นอันดับแรก เพื่อสามารถคุมงบประมาณไม่ให้บานปลาย และง่ายต่อการเลือกแหวนเพชร เมื่อได้งบประมาณแล้ว ก็แจ้งกับพนักงานขาย เพื่อให้พนักงานแนะนำแหวนเพชรที่อยู่ในงบมาให้เลือก ราคาของแหวนเพชรจะเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับเม็ดเพชร และตัวเรือน  หากไม่ได้ซื้อแหวนเพชรแบบที่ทำสำเร็จมาแล้ว ราคานี้คือแหวนเพชรแบบมี มาตราฐานและเชื่อถือได้ ส่วนราคาจะถูกหรือแพงนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบหลายอย่าง อาทิ  ขนาดของเพชร: ยิ่งเม็ดใหญ่เท่าไหร่ ก็แพงเท่านั้น  น้ำเพชร: สีของเพชรและการเจียระไน ดีไซน์: รูปทรงของเพชร หรือ ตัวเรือน ความสะอาดของเพชร: ตำหนิของเพชร

2. เลือกกระรัต

หน่วยที่ใช้ชั่งน้ำหนักของเพชร คือ กระรัต หรือเรียกง่ายๆ ก็คือ การเลือกขนาดของเม็ดเพชร หากกำหนดงบประมาณมาแล้ว ก็จะสามารถเลือกกระรัตได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าไม่ควบคุม ก็สามารถเลือกกระรัตได้ตามความพอใจ และสวยงามได้เลย โดยการเลือกขนาดของเม็ดเพชรนี้ จะส่งผลต่อราคามากที่สุด ยิ่งเพชรเม็ดใหญ่ขึ้นมากแค่ไหน ราคาก็สูงขึ้นตามไปด้วย 

3. เลือกรูปทรงของเพชร

อาจจะมีรูปทรงของเพชรในใจก่อนอยู่แล้ว อันนี้ไม่มีผิด ไม่มีถูก เราสามารถเลือกทรงเพชรได้ตามความชอบของแต่ละคนได้เลย ส่วนเพชรทรงยอดนิยมที่ทางร้านเพชรแนะนำก็คือ เพชรทรงกลม เนื่องจากเพชรทรงกลมเวลาอยู่บนตัวเรือนจะสวยสง่ากว่าใคร เป็นทรงที่เจียระไนออกมาแล้วจะวิบวับแวววาวเล่นแสงได้มากที่สุด ถือเป็นทรงเพชรที่สวย สมมาตร  

3. การเลือกสัดส่วนของเพชร

สัดส่วนของเพชรได้มาจากการเจียระไนอีกเช่นกัน ยิ่งเจียระไนสัดส่วนของเพชรดีแค่ไหน ก็จะยิ่งทำให้สะท้อนแสงแวววาวได้มากขึ้น การดูสัดส่วนของเพชรไม่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่า หรือแม้แต่กล้องที่ซูมระดับ 10x ให้ดูจากใบรับรองที่ได้มาตราฐานโดยให้พิจารณาจาก 3 ส่วน  คือ Cut Grade: Excellent Polish: Excellent  Symmetry: Excellent ทั้งสามอย่างนี้เกรดที่ได้จะต้อง 3 Excellent เท่านั้น นั่นหมายถึงเพชรที่เจียระไนได้สมบูรณ์

4. สีของเพชร

เพชรสีที่ขาวสะอาดที่สุดคือเพชรน้ำร้อย ซึ่งจะเป็นเพชรไร้สี สามารถเปรียบเทียบกับเพชรเม็ดสีอื่นได้ด้วยตาเปล่า ก็จะมองเห็นสีของเพชรที่แตกต่างกัน โดยธรรมชาติแล้วหากไม่ใช่เพชรน้ำร้อย จะมีโทนสีอมเหลืองหรือน้ำตาลปะปนอยู่ จึงทำให้เม็ดเพชรมีความแวววาวสดใสน้อยกว่า และมีมูลค่าต่ำกว่าเพชรน้ำร้อย

5. เลือกความสะอาด

ความสะอาดหมายถึงตำหนิของเพชร เพชรที่สะอาดก็คือเพชรที่มีตำหนิน้อย ซึ่งตำหนิของเพชรนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่สามารถลบออกได้ ดังนั้นเพชรยิ่งมีตำหนิน้อยมากเท่าไหร่ มูลค่าก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น โดยมีการไล่ระดับความสะอาดของเพชรจากมากไปหาน้อย วิธีสังเกตก็คือการส่องกล้องเพื่อตรวจสอบความสะอาด หากมองเห็นจุดหรือขีด นั่นหมายถึงตำหนิของเพชร เพชรที่สะอาดจะต้องมีตำหนิน้อยที่สุด

6.ตรวจสอบ Certificate ของเพชร

เพชรแต่ละเม็ดจะมีการยิงเลเซอร์หมายเลขของเพชรสลักอยู่ เพื่อใช้ตรวจสอบว่าเป็นเพชรเม็ดเดียวกับที่ออกใบรับรอง ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า วิธีการตรวจสอบคือการใช้กล้องส่องเข้าไปในเม็ดเพชร เพื่อตรวจสอบว่าหมายเลขที่เพชรนั้นเป็นเลขอะไร เพื่อนำมาเทียบกับใบรับรองว่าใช่หมายเลขเดียวกันหรือไม่ ควรตรวจสอบทั้งตอนเลือก และตอนมารับแหวนเพชร เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราได้เพชรเม็ดที่เลือกไว้ และตรงตามใบรับรอง