รีวิว ประเทศไทย

ประเทศไทย มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรไทย เป็นรัฐชาติที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยชื่อเดิมมีชื่อว่า “สยาม”

 

ชื่อประเทศไทย

 

 

ในปี พศ.2482 รัฐบาลมีการประกาศให้เปลี่ยนและใช้ชื่อที่เป็นทางการว่า “ประเทศไทย”

 

 

ขนาดของประเทศไทย

 

ประเทศไทย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก มีเนื้อที่ 513,120 ตารางกิโลเมตร มีประชากรในประเทศมากเป็นอันดับที่ 20 ของโลก คือ ประมาณ 69 ล้านคน

 

ประเทศไทยนั้นถือว่าเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์มากเป็นอันดับต้นของโลก เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ถูกรวบรวมไปด้วยสถานที่ที่สวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ป่า หรือทะเล สถานที่เหล่านี้ล้วนแต่มีเสน่ห์มากมายน่าจะไปสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้ให้ได้ด้วยตัวเองสักครั้ง

 

และด้วยเพราะสาเหตุนี้เองจึงทำให้ในแต่ละปีประเทศไทยได้รับการเยี่ยมเยียนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างล้นหลามที่เข้ามาเที่ยวชมธรรมชาติและเพลิดเพลินไปกับความสวยงามของประเทศนี้กัน

 

 

ประเทศไทยมีทั้งหมดกี่ภาคและแต่ละภาคมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นจุดแลนมาร์คของภาคนั้นๆคืออะไรบ้าง?

 

 

ประเทศไทยมีทั้งหมด 6 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้

 

  • ภาคเหนือจะมีทั้งหมด 9 จังหวัด และจังหวัดที่ถือว่าเป็นแลนมาร์คของภาคเหนือนั้นก็คือ จังหวัด เชียงใหม่ โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อคุณมีโอกาสได้ไปจังหวัดเชียงใหม่ คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ มีคำพูดที่ว่าหากใครที่ไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วไม่ได้ไป วัดพระธาตุดอยสุเทพ ถือว่าไปไม่ถึงเชียงใหม่

 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีทั้งหมด 20จังหวัด โดยแลนด์มาร์คของภาคตะวันออกเฉียงเหลือนี้มีมากมายหลายจังหวัด แต่เราจะได้ตัวอย่างให้ท่านได้รู้ถึงความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวที่ท่านไม่ควรพลาดหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวในภาคนี้ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ โดยสถานที่ที่เป็นแลนมาร์คของจังหวัดนี้ก็คือ ภูทอก

 

ที่เที่ยวสุดสวยอะเมซิ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของ วัดเจติยาศรีวิหาร หรือ วัดภูทอก ตั้งอยู่ใน ต.นาแสง อ.ศรีวิไล โดยเป็นสถานที่ที่สงบ สวยงาม เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณควรจะเก็บเข้าลิทรายการเที่ยวธรรมชาติที่ชีวิตนึงคุณควรจะได้ลองมาสัมผัสสักครั้ง

 

  • ภาคกลาง มีทั้งหมด 21จังหวัด โดยกรุงเทพไม่ถูกนับว่าเป็นจังหวัด และสถานที่ที่เป็นแลนมาร์คของภาคกลางนี้ก็คงจะเป็นอื่นไกลไม่ได้นอกจาก กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ที่มีสถานที่เที่ยวกลางคืนเยอะที่สุดในประเทศ สถานเริงรมย์มากมาย ถูกรวบรวมไว้ที่นี่หมดแล้ว สามารถเที่ยวกันได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยก็ว่าได้

 

  • ภาคตะวันตก มีทั้งหมด 5จังหวัด และสถานที่ที่เป็นแลนมาร์คของภาคนี้ก็คือ น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ที่จังหวัด กาญจนบุรี กาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่ารวมไว้ซึ่งธรรมชาติมากที่สุดในประเทศ เป็นจังหวัดที่คนที่รักธรรมชาติและต้องการเที่ยวชมธรรมชาติควรจะได้ไปเที่ยวและพักผ่อนที่นี่สักครั้งจริงๆ

 

  • ภาคตะวันออก มีทั้งหมด 7 จังหวัด และสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นแลนมาร์คของภาคนี้ก็คือ จังหวัดชลบุรีนั่นเอง ไม่ว่าใครก็คงจะเคยได้ยินคำว่า พัทยา กันมาบ้างใช่ไหมคะ
    คนไทยคือคนต่างประเทศต่างก็ต้องการที่จะได้มาลองสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวนี้กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแสงสีหรือมลเสน่ห์ของที่นี่ เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะมาหลงอยู่ที่พัทยากันทั้งนั้นแหละสักครั้งหนึ่งในชีวิต

 

  • ภาคใต้ มีทั้งหมด14จังหวัด ภาคใต้ถือว่าเป็นภาคที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์มาก ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทย ส่วนมากจะบินลงใต้เพื่อท่องเที่ยวทะเลและอาบแดดทำผิวแทน แลนมาร์คของภาคใต้ คือจังหวัดภูเก็ต เป็นเกาะเล็กๆแต่ความสวยงามของจังหวัดนี้ไม่ได้เล็กตามเลย

 

 

ประเทศไทยถือว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็อยากที่จะเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติอันสวยงาม ณ ที่แห่งนี้ เราคนไทยเองก็คควรที่จะหาเวลาว่าง แล้วออกไปสัมผัสธรรมชาติอันแสนสวยงามในประเทศของเราดู ไม่แน่การเที่ยวของคุณครั้งนี้อาจจะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปตลอดกาลเลยเป็นก็ได้

รีวิว สถานที่ท่องเที่ยว ดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์ ได้ถูกจัดให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2515 และได้ถือเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 6 ของประเทศไทย มีพื้นที่มากกว่า 482.4 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และกิ่งอำเภอดอยหล่อ ในจังหวัดเชียงใหม่

 

ความหมายของชื่อดอยอินทนนท์

 

“ดอยอินทนนท์” แต่เดิมมีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” ซึ่งชื่อ ดอยหลวง มาจากขนาดของดอยที่มีขนาดใหญ่มาก ชาวบ้านแถวนั้นจึงเรียกที่นั่นกันว่า “ดอยหลวง” ซี่ง หลวงในภาษาเหนือ แปลว่า ใหญ่นั่นเอง

 

 

จะเดินทางไปยังดอยอินทนนท์อย่างไร?

 

การเดินทางไปดอยอินทนนท์ถ้าเริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ขึ้นไปจนถึงยอดดอย จะมีระยะทางอยู่ที่ประมาณ 106 กิโลเมตร ซึ่งทางเป็นถนนลาดยาง และมีลักษณะที่ค่อนข้างสูงชันจากกพื้นแนวลาบถนนปกติ

 

ผู้ที่จะเดินทางไปดอยอินทนนท์โดยรถยนต์ส่วนตัวนั้น ท่านต้องเช็คให้แน่ใจว่ารถยนต์ของท่านมีสภาพสมบูรณ์พร้อมขับขึ้นดอย เพราะด้วยความที่ทางค่อนข้างจะลาดชันอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้หากรถเกิดปัญหาขนาดขับขึ้นดอย

 

ส่วนผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางสามารถเช่ารถสองแถวที่มีคอยบริการอยู่ที่น้ำตกแม่กลางได้ โดยทางอุทยานฯ ได้มีการจัดเตรียมที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปยังดอยอินทนนท์อีกด้วย

 

 

ข้อแนะนำควรรู้ก่อนจะขึ้นดอยอินทนนท์

 

1.ยอดดอยอินทนน์ ถือว่าเป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยตั้งอยู่ที่ 2,565 เมตร วัดจากจากระดับน้ำทะเล หากคุณมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงปกติ จงทำตัวให้แข็งแรงแล้วค่อยคิดจะขึ้นไปชมทิวทัศน์อันสวยงามจากที่นั่นดีกว่า

2.หากใครที่เดินทางไปดอยอินทนนท์ในช่วงฤดูหนาว ก็จะเจอกับอากาศที่แสนเย็นเฉียบ เย็นชนิดที่เรียกได้ว่าหนาวมาก เย็นจนเกิดแม่คะนิ้งกันเลยทีเดียว ทางที่ดีคุณควรจะเตรียมเสื้อผ้าหนาและอบอุ่นใส่ขึ้นไปด้วยขณะเดินทางไปยังดอยอินทนนท์

 

3.ใครที่เดินทางไปดอยอินทนนท์ในช่วงฤดูร้อน ถึงแม้ว่าอากาศในเมืองจะร้อนตับแตกและอากาศในระหว่างการเดินทางจะไม่เป็นใจสักท่าไหร่ แต่พอไปถึงยอดดอยคุณก็จะพบกับอากาศที่แสนจะเย็นชื่นใจ คุ้มค่ากับการดินทางขึ้นดอยสุดๆ

 

4.มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่เลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวบนดอยอินทนนท์ในช่วงหน้าฝน เพียงเพราะไม่อยากที่จะต้องไปเบียดเสียดกับผู้คน ในหน้าฝนบรรยากาศบนดอยอินทนนท์เรียกได้ว่าจะเงียบสงบกว่าฤดูกาลท่องเที่ยวปกติ ดังนั่นหากคุณไม่ชอบสถานการณ์ที่คนแน่นและแออัดการเดินทางขึ้นดอยในช่วงหน้าฝนก็ควรเก็บไว้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีเลยทีเดียว

 

5.การเดินทางสู่ดอยอินทนนท์ในยุคปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าสะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพราะถนนหนทางที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างกว้างขวาง ไม่ซับซ้อน เพราะเป็นทางตรงอย่างเดียวจนถึงยอดดอย คุณไม่มีทางหลงทางอย่างแน่นอนหากอยู่ในเส้นขึ้นเขาแล้ว

 

6.หากใครที่ยังไม่ชำนาญในขณะที่กำลังขับขาลงจาดอยอินทนนท์นั้น คนขับต้องใช้ความชำนาญมากเป็นพิเศษ ต้องขับอย่างระวัง ใช้เกียร์ต่ำขณะขับลงดอย ขับให้ช้าที่สุด หรือค่อย ๆ ปล่อยให้ไหลลงมาเรื่อย ๆ ได้ก็ยิ่งดี เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง

 

 

 

หากใครที่ยังไม่เคยไปสัมผัสอากาศที่แสนดีของดอยอินทนนท์เราแนะนำว่าคุณควรจะลองขึ้นดอยไปสักครั้ง แล้วคุณจะไม่เสียดายเลยที่ได้เดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้